การซื้อรถตู้มือสองสักคัน ไม่ว่าจะเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน หรือใช้ในครอบครัว งบประมาณในการผ่อนชำระถือเป็นเรื่องใหญ่ และ "อัตราดอกเบี้ย" คือตัวแปรสำคัญที่สุดที่จะกำหนดว่าคุณต้องจ่าย "ค่าผ่อน" และ "ค่าใช้จ่ายรวม" ทั้งหมดเท่าไหร่ ทำไมดอกเบี้ยรถตู้ถึงมีเงื่อนไขต่างจากรถเก๋ง? ป้ายฟ้า ป้ายเหลือง คิดดอกเบี้ยเท่ากันไหม? บทความนี้จะมาเคลียร์ ดอกเบี้ยรถตู้มือสอง ให้ชัด พร้อมตารางเปรียบเทียบโดยประมาณ เพื่อให้คุณวางแผนการเงินได้รัดกุมที่สุดครับ
ดอกเบี้ยรถตู้มือสอง แพงไหม (อัปเดต 2569)
ก่อนจะไปดูตัวเลข เราต้องเข้าใจธรรมชาติของ "
สินเชื่อรถตู้มือสอง" กันก่อนครับ โดยทั่วไป ไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินจะมองรถตู้ (โดยเฉพาะมือสอง) ว่ามีความ "เฉพาะทาง" และมักถูก "ใช้งานหนัก" มากกว่ารถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป ด้วยเหตุนี้ อัตราดอกเบี้ยของ
รถตู้มือสอง จึงมักจะ
"สูงกว่า" รถเก๋งมือสองในปีเดียวกันเล็กน้อย เนื่องจากสถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงด้านการเสื่อมสภาพ (Depreciation) และความเสี่ยงจากการใช้งานที่สูงกว่านั่นเอง
ดอกเบี้ย "ป้ายฟ้า" (ส่วนบุคคล) vs "ป้ายเหลือง" (รับจ้าง)
นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดและเป็นความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดในการพิจารณาดอกเบี้ยรถตู้ครับ
- รถตู้ป้ายฟ้า (ป้ายทะเบียนพื้นขาว ตัวอักษรสีฟ้า):
- คือรถตู้ที่จดทะเบียนเป็น "รถยนต์นั่งส่วนบุคคล" (เช่น รถครอบครัว, รถผู้บริหาร)
- สถาบันการเงินมองว่ามีความเสี่ยง "ต่ำกว่า" เพราะมักใช้งานน้อยกว่า, สภาพดีกว่า, และเลขไมล์น้อยกว่า
- อัตราดอกเบี้ย: มักจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ "ถูกกว่า" รถป้ายเหลืองอย่างชัดเจน
- รถตู้ป้ายเหลือง (ป้ายทะเบียนพื้นเหลือง ตัวอักษรสีดำ):
- คือรถตู้ที่จดทะเบียนเป็น "รถยนต์รับจ้าง" หรือ "รถสาธารณะ" (เช่น รถตู้วิน, รถตู้รับส่งนักเรียน, รถตู้บริการท่องเที่ยว)
- สถาบันการเงินมองว่ามีความเสี่ยง "สูงกว่า" เพราะผ่านการใช้งานหนัก, วิ่งงานเยอะ, เลขไมล์สูง, และสภาพอาจช้ำกว่า
- อัตราดอกเบี้ย: มักจะ "สูงกว่า" ป้ายฟ้าในปีเดียวกัน และสถาบันการเงินบางแห่งอาจ "ไม่รับ" จัดไฟแนนซ์ หากรถมีอายุมากเกินไป
5 ปัจจัยหลักที่กำหนด "ดอกเบี้ยรถตู้มือสอง" ของคุณ
ทำไมบางคนได้ดอกเบี้ยถูก บางคนได้ดอกเบี้ยแพง? ไฟแนนซ์ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสิน นี่คือ 5 ปัจจัยหลักครับ
1. ปีที่จดทะเบียนของรถ (อายุรถ)
สำคัญที่สุด! รถตู้ยิ่งใหม่ ดอกเบี้ยยิ่งถูก เพราะความเสี่ยงของไฟแนนซ์ต่ำ รถตู้ที่อายุมาก (เช่น เกิน 10-12 ปี) ไฟแนนซ์จะมองว่ามีความเสี่ยงสูง สภาพอาจไม่สมบูรณ์ ดอกเบี้ยจึงถีบตัวสูงขึ้นมาก หรือบางที่อาจไม่รับจัดเลย
2. เงินดาวน์ (Down Payment)
ยิ่งคุณ "ดาวน์สูง" (เช่น 20% - 30% ขึ้นไป) ไฟแนนซ์ยิ่งชอบ เพราะยอดจัด (ยอดหนี้) ของคุณจะลดลง ความเสี่ยงของไฟแนนซ์ก็น้อยลง เขาจึงพร้อมเสนอ "อัตราดอกเบี้ยพิเศษ" ที่ถูกลงให้คุณ
3. ประเภทป้ายทะเบียน (ป้ายฟ้า vs ป้ายเหลือง)
ดังที่กล่าวไป ป้ายฟ้ามักได้เปรียบเรื่องดอกเบี้ย แต่ป้ายเหลืองก็ยังมีสถาบันการเงินที่รับพิจารณา โดยอาจบวกอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อสะท้อนความเสี่ยง
4. คุณสมบัติของผู้กู้ (เครดิตบูโร และ รายได้)
- เครดิตบูโร: หากประวัติการเงินดี ผ่อนตรงตลอด ไฟแนนซ์จะมองว่าคุณมีความน่าเชื่อถือสูง และอาจเสนอโปรโมชั่นดอกเบี้ยที่ดีให้
- รายได้: ผู้กู้ที่มีรายได้ประจำชัดเจน (เช่น มีสลิปเงินเดือน) หรือผู้ประกอบการ (คนขับรถตู้) ที่มีทะเบียนการค้าและรายการเดินบัญชีสวยงาม จะได้เงื่อนไขที่ดีกว่า
5. ระยะเวลาผ่อนชำระ
การเลือกระยะเวลาผ่อนที่ "สั้นลง" (เช่น ผ่อน 4 ปี แทนที่จะเป็น 6 ปี) มักจะช่วยให้คุณได้อัตราดอกเบี้ย (Flat Rate) ที่ "ต่ำลง" เล็กน้อย เพราะความเสี่ยงของไฟแนนซ์จบเร็วกว่า
รู้จักประเภทดอกเบี้ย: สินเชื่อรถตู้ใช้ "ดอกเบี้ยคงที่" (Flat Rate)
สำหรับการ "ซื้อ" หรือ "เช่าซื้อ" รถมือสอง ส่วนใหญ่จะใช้อัตราดอกเบี้ยประเภท
"ดอกเบี้ยคงที่" (Flat Rate) - ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate): คืออัตราดอกเบี้ยที่ "คิดครั้งเดียว" จากยอดจัดไฟแนนซ์ทั้งหมด แล้วนำไปรวมกับเงินต้น จากนั้นหารเฉลี่ยเป็นค่างวดให้คุณผ่อนเท่ากันทุกเดือนตลอดอายุสัญญา
- ตัวอย่าง: ยอดจัด 500,000 บาท, ดอกเบี้ย Flat Rate 6% ต่อปี, ผ่อน 5 ปี (60 งวด)
- ดอกเบี้ยต่อปี = 500,000 x 6% = 30,000 บาท
- ดอกเบี้ยรวม 5 ปี = 30,000 x 5 = 150,000 บาท
- ยอดหนี้รวม = 500,000 + 150,000 = 650,000 บาท
- ผ่อนต่องวด = 650,000 / 60 = 10,834 บาท
(หมายเหตุ: หากเป็นการ "รีไฟแนนซ์" หรือ "จำนำทะเบียน" ปัจจุบันกฎหมายมักกำหนดให้ใช้ "ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก" (Effective Rate) ซึ่งจะแตกต่างกันไป) ตารางเปรียบเทียบ (โดยประมาณ) ดอกเบี้ยรถตู้มือสอง
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น นี่คือตารางอัตราดอกเบี้ย "โดยประมาณ" (Flat Rate ต่อปี) สำหรับการจัดไฟแนนซ์รถตู้มือสอง โดยแบ่งตามปีและประเภทป้ายครับ
| ปีจดทะเบียนรถตู้ (อายุรถ) | ดอกเบี้ยป้ายฟ้า (ส่วนบุคคล) โดยประมาณ | ดอกเบี้ยป้ายเหลือง (รับจ้าง) โดยประมาณ |
| 1 - 3 ปี (รถใหม่มาก) | 3.50% - 4.75% | 4.50% - 6.00% |
| 4 - 7 ปี (สภาพดี) | 4.25% - 5.50% | 5.50% - 7.50% |
| 8 - 12 ปี (รุ่นยอดนิยม) | 5.50% - 7.00% | 7.00% - 9.00% |
| 13 ปีขึ้นไป (เก่า) | 7.00% - 9.00% (หรือสูงกว่า) | 8.50% - 12.00% (หรือสูงกว่า/ไม่รับ) |
ข้อควรระวัง: ตารางนี้เป็นเพียง "ค่าประมาณการ" เพื่อใช้ในการวางแผนเบื้องต้นเท่านั้น อัตราดอกเบี้ยจริงจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแต่ละสถาบันการเงิน, โปรโมชั่นในช่วงนั้นๆ, และคุณสมบัติของผู้กู้เป็นรายบุคคล คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องดอกเบี้ยรถตู้
Q1: รถตู้ป้ายเหลือง ดอกเบี้ยแพงกว่าป้ายฟ้าเยอะไหม? A: จริงครับ โดยเฉลี่ยจะแพงกว่าประมาณ 1% - 2.5% (ต่อปี) ขึ้นอยู่กับอายุรถและเงื่อนไขของไฟแนนซ์ เนื่องจากถูกประเมินว่าใช้งานหนักและมีความเสี่ยงสูงกว่า
Q2: ทำไมดอกเบี้ยรถตู้มือสองถึงแพงกว่ารถเก๋งมือสอง? A: เพราะตลาดรถตู้มีความเฉพาะทางกว่า และมักถูกใช้เป็นรถเพื่อการพาณิชย์ (แม้จะเป็นป้ายฟ้า) ทำให้มีการใช้งานที่หนักกว่ารถเก๋งส่วนบุคคล ไฟแนนซ์จึงบวกความเสี่ยงในส่วนนี้เข้าไปครับ
Q3: ติดเครดิตบูโร (ติดแบล็กลิสต์) ซื้อรถตู้มือสองได้ไหม? A: ยากมากครับ สถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายส่วนใหญ่จะตรวจสอบเครดิตบูโร หากมีประวัติค้างชำระ โอกาสอนุมัติจะน้อยมาก หรือถ้าผ่าน (ซึ่งยาก) ก็อาจต้องดาวน์สูงมาก และได้ดอกเบี้ยที่แพงกว่าปกติหลายเท่าตัว
Q4: เอารถตู้เก่า 15 ปี มาจัดไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยจะเท่าไหร่? A: สูงมากครับ หากยังมีสถาบันการเงินรับจัด (ซึ่งมีน้อย) ดอกเบี้ยอาจเริ่มต้นที่ 8% - 12% (Flat Rate) หรือสูงกว่านั้น และมักจะจำกัดระยะเวลาผ่อนให้สั้นลงด้วยครับ
วางแผนดี มีสิทธิ์ได้ดอกเบี้ยถูก
ดอกเบี้ยรถตู้มือสอง ไม่ใช่ตัวเลขที่น่ากลัว หากเราเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อมัน การเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือ
การเพิ่มเงินดาวน์ให้สูง (อย่างน้อย 20% ขึ้นไป),
เลือกซื้อรถตู้ป้ายฟ้า (ถ้าเลือกได้),
เลือกปีรถที่ไม่เก่าเกินไป (ไม่เกิน 7-10 ปี จะได้เงื่อนไขที่ดี) และ
เตรียมเอกสารรายได้ให้ชัดเจน ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืม "เปรียบเทียบ" ข้อเสนอจากหลายๆ สถาบันการเงินก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณได้ข้อเสนอที่คุ้มค่าและดอกเบี้ยที่ดีที่สุดครับ อ่านบทความเกี่ยวกับสินเชื่อรถกระบะเพิ่มเติมได้
ที่นี่ ข้อมูลเว็บสินเชื่อรถยนต์จากธนาคารแห่งประเทศไทย